"TURN EXPERIENCE TO VICTORY"

จัดสรรเลขหมายสวย

จัดสรรเลขหมายสวย

ณกฤช เศวตนันทน์ นบ. (เกียรตินิยม) นบท. นม.
Nakrit Sawettanan ACIArb
ที่ปรึกษา www.lawyer-thailand.com

บางท่านอาจได้ยินข่าวคราวมาบ้างเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะจัดให้มีการประมูลเลขหมายสวยขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ บทความนี้จะได้กล่าวถึงรายละเอียดของเรื่องนี้

สำหรับเรื่องหลักเกณฑ์การ จัดสรรเลขหมายสวย ของโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น ได้มีการประชุมนัดพิเศษเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2558 โดยได้มีการเห็นชอบวิธีการเชิญชวนเข้าร่วมและวิธีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และกรอบระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามที่ กสทช.ได้เสนอ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา กสทช. ได้จัดให้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศหลักเกณฑ์การจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นเลขหมายสวย โดยมีทั้งเครือข่ายผู้ประกอบการ เครือข่ายภาคประชาชนและสถาบันการศึกษาได้เข้าร่วมและแสดงความคิดเห็น ในการจัดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศหลักเกณฑ์การจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นเลขหมายสวยครั้งดังกล่าวก็เพื่อเป็นการหาหลักเกณฑ์และแนวทาง รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขก่อนการประมูล หารูปแบบการประมูล เงื่อนไขภายหลังการประมูล วิธีการจัดสรรเลขหมาย และการกำหนดค่าธรรมเนียมเลขหมาย ทั้งนี้อ้างอิงจากมติคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2553 ได้มีการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นเลขหมายสวย ที่ได้รับการสงวนไว้เพื่อเตรียมไปรองรับในการจัดสรรเลขหมาย รวมทั้งสิ้น 16,320,000 เลขหมาย โดยในจำนวนนี้มีจำนวนหนึ่งที่เป็นเลขหมายที่มีความสวยเฉพาะโดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น เป็นเลขตอง เป็นเลขซ้ำเก้าหลัก เป็นต้น โดยมีทั้งสิ้น 500,000 เลขหมาย ทั้งนี้ทางคณะกรรมการ กสทช. ได้มีการเผยว่าจะจัดให้มีการดำเนินการจัดการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2558 โดยจะมีการจ้างบริษัทที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญในเรื่องของการประมูลอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมเพื่อดำเนินการจัดการประมูลที่จะเปิดให้มีการประมูลในเดือนสิงหาคม 2558 นี้

เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นถือได้ว่าเป็นทรัพยากรโทรคมนาคมของชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยอยู่ภายใต้การจัดการของ กสทช. ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ.2557 โดยในการบริหารจัดการเลขหมายของ กสทช. ซึ่งเดิมก็คือ กทช. นั้นต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและความเป็นธรรมด้วย โดยในส่วนของวิธีการในการจัดสรรเลขหมายนั้น โดยปกติแล้ว กสทช. จะทำงานกำหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการที่สามารถขอเลขหมายที่ได้รับการจัดสรรได้ เช่น ดีแทค เอไอเอส ทรู ฯลฯ เพื่อที่ผู้ประกอบการดังกล่าวจะนำเลขหมายนั้นๆ ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อโอนหรือจำหน่ายไปยังผู้บริโภคต่อไป ในการจัดสรรกลุ่มเลขหมาย โดย กสทช.จะทำการแบ่งเลขหมายออกเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 100,000 เลขหมาย กลุ่มเลขหมายเหล่านี้จะถูกแบ่งไปยังผู้ประกอบการตามที่ขอ โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมการขออยู่ที่ครั้งละ 5,000 บาท และผู้ประกอบการสามารถขอได้ครั้งละมากกว่า 1 กลุ่ม แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะไม่สามารถที่จะเลือกเลขหมายได้ ซึ่งเมื่อผู้ประกอบการได้เลขหมายไปแล้ว ก็จะต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่ กสทช. เป็นรายเดือนๆ ละ 2 บาทต่อเลขหมาย แต่ทั้งนี้เมื่อปรากฏว่าในเรื่องของเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่นี้ ได้มีความต้องการทางตลาดสูงขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านๆ มา จะได้เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของเลขหมายนำหน้าของเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ จาก 08 ก็มี 09 และ 06 เพิ่มเข้ามา และเลขหมายโทรศัพท์ที่มีความสวยงามก็เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเพราะความง่ายต่อการจดจำหรือในแง่ความสวยงามหรือความเชื่อ ทำให้ผู้ประกอบการที่ได้เลขหมายสวยไปนั้น ได้นำเลขหมายเหล่านั้นออกขายให้แก่ผู้บริโภคในราคาสูงเพื่อเก็งกำไรและทำเงินได้มูลค่ามหาศาล ซึ่งส่วนนี้ทำให้ผลประโยชน์ดังกล่าวตกอยู่กับเอกชน แทนที่จะตกเป็นผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งส่วนนี้เองที่ทำให้เกิดแนวคิดของการประมูลเลขหมายสวยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ กสทช. ตามกฎหมาย เพื่อดำรงไว้ซึ่งประโยชน์สูงสุดของรัฐและประชาชน ซึ่งในส่วนของการประมูลเลขหมายส่วนของ กสทช. นี้ คณะกรรมการ กสทช. ก็ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ด้วย โดยคณะอนุกรรมการจะทำงานภายใต้การมอบหมายงานของคณะกรรมการ กสทช. ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ.2557

ในการที่สำนักงาน กสทช.ได้จัดสรรเลขหมายให้กับเอกชนแต่ละครั้งจะมีการดึงเลขหมายที่เข้าข่ายเบอร์สวย อาทิ เลข 9 หลักตรงกัน เลข 8 หลักตรงกัน และการเรียงเบอร์ จากการสำรวจธุรกิจเบอร์สวยพบว่ามีการให้ราคากับเบอร์สวยตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักสิบล้าน ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด และความสวยของเลขหมายตามค่านิยมของแต่ละบุคคล อาทิ เบอร์เรียง 08-45678910 มีราคาประมาณ 5 ล้านบาท และเบอร์ 088-269-9999 มีราคาประมาณ 590,000 บาท นอกจากนี้ได้พบว่า ธุรกิจเบอร์สวยในขณะนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องมาจากผู้บริโภคมีความต้องการประเภทของเบอร์สวยเพิ่มมากขึ้นและอีกทั้งยังได้รับอิทธิพลความเชื่อเรื่องดวง อาทิ ต้องไม่มีเลขใดเลขหนึ่งที่เจ้าของเชื่อว่าเป็นเลขอัปมงคลอยู่ในเบอร์โทรศัพท์ ต้องลงท้ายด้วยเลขที่เป็นมงคล ไปจนถึงผลรวมของเลขทุกตัวต้องได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ส่งผลให้ผู้ขายเลขหมายสวยได้รับโอกาสในการเก็งกำไรเพิ่มขึ้น

ในปัจจุบันสำนักงาน กสทช.ได้เก็บเลขหมายที่เข้าข่ายสวยไว้ราว 300,000 เลขหมาย ขณะนี้กำลังเตรียมที่จะนำออกประมูล โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนให้คณะกรรมการกำหนดราคาขั้นต่ำในการประมูล รวมถึงการศึกษารายละเอียดในการจัดทำเกณฑ์การประมูล ก่อนให้ที่ประชุม กทค. อนุมัติ คาดว่าประมาณ 1-2เดือน จะสามารถนำเลขหมายสวยเหล่านี้ออกมาประมูลได้ ซึ่งเป็นการประมูลแบบออนไลน์ ในการนี้คาดว่าจะมีรายได้มูลค่ามหาศาลไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทถึง 5,000 ล้านบาทจากการประมูล สำหรับรายได้จากการประมูลเบอร์สวยนั้น ทางสำนักงาน กสทช. นำรายได้ทั้งหมดนำส่งไปยังรัฐเพื่อให้รัฐนำไปพัฒนาประเทศต่อไป

ในเรื่องของการประมูลเลขหมายสวยนี้ หากเทียบเคียงกับการประมูลเลขทะเบียนรถยนต์ของกรมขนส่งทางบก จะพบว่ามีความคล้ายคลึงกันอยู่ กล่าวคือในแง่ของการเพิ่มมูลค่าของเลขหมายสวยเพื่อจะทำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อรัฐ เลขหมายทะเบียนรถสวยก็เป็นที่นิยมของตลาดเช่นเดียวกันเลขหมายโทรศัพท์สวย เมื่อเป็นเช่นนี้กรมการขนส่งทางบกจึงจัดให้มีการประมูลเลขหมายทะเบียนรถสวย โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมการขนส่งทางบกเอง ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขการประมูลเลขหมายทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของประชาชน พ.ศ. 2555 โดยวิธีการประมูลเป็นวิธีการที่ใช้เพิ่มมูลค่าของเลขหมายดีที่สุด

จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมากว่าเรื่องการประมูลเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่สวยนี้จะมีผลออกมาอย่างไร และจะได้รับความสนใจจากประชาชนกับได้รับความสำเร็จโดยสร้างรายรับเข้ารัฐได้มากเหมือนการประมูลเลขทะเบียนรถยนต์หรือไม่

Source : http://telecomjournalthailand.com/

ไว-ไฟ บนเครื่องบิน

ไว-ไฟ บนเครื่องบิน

ณกฤช เศวตนันทน์ นบ. (เกียรตินิยม) นบท. นม.
Nakrit Sawettanan ACIArb
ที่ปรึกษา www.lawyer-thailand.com

ในโลกแห่งเทคโนโลยีการสื่อสารที่ไร้พรมแดนนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารและการติดต่อระหว่างผู้คนทั่วทั้งมุมโลกเข้าหากันได้ดีที่สุดคือ “อินเทอร์เน็ต” ซึ่งการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบที่ผู้ใช้งานจะต้องนั่งประจำที่หรือประจำจุดที่จัดไว้เท่านั้นอาจไม่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องทำงานโดยอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นสำคัญแม้แต่ในระหว่างการเดินทาง สำหรับผู้ใช้งานบางรายแล้วหากพลาดการเชื่อมต่อแม้แต่ชั่วโมงเดียวก็อาจส่งผลสำคัญหรือพลาดโอกาสนัดหมายในทางธุรกิจบางอย่างได้ ความสำคัญดังกล่าวจึงนำไปสู่การออกใบอนุญาตให้กับสายการบินในการให้บริการ ไว-ไฟ บนเครื่องบิน โดยสาร

เมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. บอร์ดชุดเล็กของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้อนุมัติใบอนุญาตอินเทอร์เน็ตประเภทที่ 1 แบบไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง ให้กับบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสายการบินนกแอร์ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ ไว-ไฟ บนเครื่องบิน โดยสารได้ ระยะเวลาการอนุญาต 5 ปี โดยนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่าลักษณะของการให้บริการจะเป็นการติดตั้ง ไว-ไฟ บนเครื่องบิน และใช้ช่องสัญญาณผ่านทรานสปอนเดอร์ขึ้นไปยังดาวเทียมไทยคม เพื่อรับส่งสัญญาณสถานีภาคพื้นดิน โดยใช้ได้ในเครื่องบินที่มีเส้นทางการบินทั้งในประเทศและนอกประเทศ

ก่อนหน้านี้ กทค. ได้ให้ใบอนุญาตในการให้บริการไว-ไฟ กับการบินไทยเป็นรายแรกไปเมื่อช่วงธันวาคม 2556 ซึ่งการบินไทยได้เปิดให้บริการ THAI Sky Connect ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การอนุญาตไว-ไฟให้กับทั้งสองสายการบินเป็นการอนุญาตแบบเดียวกัน ความถี่ที่ให้บริการคือคลื่นความถี่ย่าน 2.4 GHz แต่สำหรับสายการบินนกแอร์กับการบินไทยนั้นจะต่างกันอยู่ที่ลักษณะการติดตั้งอุปกรณ์เพราะการบินไทยจะมีอุปกรณ์ติดตั้งมากับเครื่องอยู่แล้ว ในขณะที่สายการบินนกแอร์ต้องหาอุปกรณ์เพื่อมาติดตั้งและใช้ช่องสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม

สำหรับการบินไทยที่ได้เปิดให้บริการแล้วนั้น ผู้โดยสารสามารถใช้งานไว-ไฟ กับโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบสมาร์ทโฟนและแท็บเลตได้ โดยเข้าใช้บริการ THAI Sky Connect หลังเครื่องบินทะยานสู่ท้องฟ้าหรือ Take-off และสัญญาณคาดเข็มขัดนิรภัยดับลงแล้ว บริการไว-ไฟจะถูกระงับเมื่อเครื่องบินทำการบินเหนือน่านฟ้าบางประเทศที่ไม่อนุญาตใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายบนเครื่องบินได้ อาทิ พม่า เวียดนาม บังคลาเทศ อินเดียและเกาหลี เป็นต้น ผู้อ่านบางท่านอาจสงสัยว่าค่าบริการ ไว-ไฟ บนเครื่องบิน จะสูงมากไหม จึงขอยกตัวอย่างของสายการบินหนึ่งโดยไม่เปิดเผยชื่อว่าอัตราค่าบริการมีให้เลือก 2 แพ็คเกจ คือบริการสำหรับสมาร์ทโฟน ขนาด 3 MB ราคา 4.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขนาด 10 MB ราคา 14.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนบริการสำหรับไอแพดและแล็บท็อป ขนาด 10 MB ราคา 14.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ และขนาด 20 MB ราคา 28.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นต้น

ความต้องการใช้ ไว-ไฟบนเครื่องบิน นี้เป็นที่นิยมอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากผลสำรวจจากเว็บไซต์ค้นหาตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พักและรถเช่าชั้นนำของโลกอย่าง Skyscanner ที่ได้เผยผลสำรวจถึงความต้องการของผู้โดยสารเครื่องบินทั่วโลกพบว่าร้อยละ 47 ของนักท่องเที่ยวในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก ระบุว่าสื่อบันเทิงที่ต้องการมากที่สุดเมื่ออยู่บนเครื่องบินคือสัญญาณไว-ไฟ ซึ่งแน่นอนที่สายการบินระดับโลกจำนวนมากได้หันมาเปิดให้บริการไว-ไฟบนเครื่องบินโดยสารกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน Emirates Airlines ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สายการบิน Lufthansa ของเยอรมันนี สายการบิน Virgin Atlantic Airways ของอังกฤษ สายการบิน Singapore Airlines ของสิงคโปร์ สายการบิน Air China ของจีน สายการบิน Philippine Airlines ของฟิลิปปินส์ และสายการบิน Qatar Airways และ Southwest Airlines ของสหรัฐอเมริกา

ธุรกิจให้บริการไว-ไฟ บนเครื่องบินในสหรัฐอเมริกาเติบโตอย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้มีเครื่องบินของสหรัฐอเมริกาให้บริการไว-ไฟแล้วเกือบ 2,500 ลำ โดยประมาณร้อยละ 60 ของผู้โดยสารเครื่องบินพาณิชย์ในสหรัฐอเมริกามีการเชื่อมต่อไว-ไฟบนเครื่องบิน หนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการไว-ไฟ บนเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา คือ Gogo ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสัญญาณไว-ไฟ บนเครื่องบินพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกากว่า 1,600 ลำ โดยการให้บริการไว-ไฟบนเครื่องบินนั้น Gogo จะคิดค่าบริการ 5 – 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเดินทางโดยค่าบริการที่ได้รับทั้งหมด Gogo จะนำมาแบ่งให้กับสายการบินต่อไป

ปัจจุบันการให้บริการสัญญาณไว-ไฟบนเครื่องบินนั้นมี 2 แบบ แบบแรกคือการส่งสัญญาณจากเสาส่งสัญญาณที่ติดตั้งอยู่บนพื้นดิน ซึ่งแต่ละเสาจะสามารถส่งสัญญาณได้ไกล 250 ไมล์ ปัญหาที่พบสำหรับวิธีนี้ก็คือหากเครื่องบินทำการบินเหนือทะเลหรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ผู้โดยสารบนเครื่องจะไม่สามารถใช้บริการได้ ส่วนแบบที่สองเป็นการให้บริการไว-ไฟ บนเครื่องบินผ่านการส่งสัญญาณดาวเทียม ทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้งานไว-ไฟ ได้แม้ว่าจะบินอยู่บนผืนน้ำ แต่การติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณไว-ไฟ บนเครื่องบินโดยใช้ระบบดาวเทียมนั้นก็มีข้อเสียอยู่ที่ยุ่งยากและใช้เวลานานกว่าเครื่องส่งสัญญาณแบบเสา ทำให้มีค่าใช้จ่ายและค่าบริการแพงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะเลือกแบบใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสายการบินนั่นเอง

บริการไว-ไฟ บนเครื่องบินโดยสารนี้มีข้อดีมากมายไม่ว่าจะเป็นความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการเครื่องบินโดยสารทั้งในกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว การสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงเทคโนโลยีการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ และการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนเครื่องบนจะไม่รบกวนสัญญาณการทำงานของระบบการบิน เพราะขณะเครื่องขึ้น-ลง ผู้โดยสารยังคงถูกห้ามไม่ให้ใช้อุปกรณ์สื่อสารอยู่ แต่เมื่ออยู่ในอากาศแล้วสามารถใช้งานได้เพราะสัญญาณของอุปกรณ์เหล่านี้ไม่มีส่วนรบกวนสัญญาณวิทยุที่ใช้ควบคุมอากาศยานก็ตาม แต่คงไม่อาจมองในแง่ดีหรือประโยชน์ที่ได้รับแต่เพียงอย่างเดียวได้เพราะการมีไว-ไฟ ใช้ในขณะที่เครื่องบินกำลังทำการบินอยู่นั้นก็หมายความว่าผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องสามารถติดต่อสื่อสารกับคนที่อยู่ภาคพื้นดินได้เกือบตลอดเวลา ทำให้การวางแผน การนัดแนะ ซักซ้อมหรือการแจ้งความเคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ ของกลุ่มคนร้ายทั้งที่อยู่บนเครื่องบินกับที่อยู่ภาคพื้นดินเพื่อการก่อวินาศกรรมหรือจี้เครื่องบินก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน

Source : http://telecomjournalthailand.com/

 

 

Litigation

Litigation

James & Partners Law Offices provides and assists our clients into several courts in any types of case in Thailand including breach of contract case, joint venture dispute case, governmental Case, tax dispute case, insurance dispute case, debt enforcement, tort, international trade dispute, general criminal case, securitization case, fraud and embezzlement case, labor dispute case, bankruptcy and rehabilitation case, family dispute case, prosecution and defense of white collar crimes, DSI accusation.

Experience

– Thailand-lawyer/ Litigation (Government Contracts)
The firm represented Pollution Control Department, Ministry of Natural Resources and Environment in a white collar crime case relating to public contracts in Thailand. This was the first time in history that Thai government retained a specialized private law firm to replace the Attorney General’s office as the representative of the authority. The firm acted as plaintiff’s attorney in taking legal action against nineteen defendants who were former politicians and powerful construction contractors. The amount claimed in the complaint was approximately Baht 30 Billion, representing the biggest cheating case ever filed with Thai court. In November 2005 the court made a ruling that the case had grounds and that the trial be commenced.
– Thailand-lawyer/ Litigation (Fraud and Embezzlement)
Represented a US client that took over a Thai leasing company which was a subsidiary of the 56 finance companies ordered to be shut down by the government. On behalf of the client he filed suit against the former management more than ten fraud and embezzlement cases with the criminal court and more than fifteen civil cases demanding the sum of Baht 1.5 Billion.

– Thailand-lawyer/ Litigation (Arbitration Case)
A joint venture consortium filed a complaint against Pollution Control Department with the Arbitration Institution and claimed approximately Baht 6.2 Billion. He and his assistants defended the Pollution Control Department in court proceedings related to the order appointing an arbitrator, and in the arbitration proceeding. Later on Pollution Control Department filed a cross-compliant for approximately Baht 23 Billion.

– Thailand-lawyer/ Litigation (Bank Guarantee Case)
A group of international and Thai banks issued performance and retention bank guarantees for the authority in a construction project in the approximate sum of Baht 3 Billion. He and his assistants represented the Pollution Control Department in the civil court demanding payment under such bank guarantees due to breaches of the contractor-debtor.

– Thailand-lawyer/ Litigation (Joint Venture Dispute Case)
The firm represented a Japanese company with a branch office in Thailand in taking a civil action against the other joint venture partners that breached the partnership agreement. The court issued judgment for the plaintiff for over Baht 100 Million plus interest.

– Thailand-lawyer/ Litigation (Shares Option Agreement Case)
The firm represented a subsidiary Corporation of Asian Development Bank in taking a civil action against a debtor in Thailand. The court ordered the debtor-defendant to buy back shares or to make payment to the plaintiff for the previously agreed purchase price. In a similar case, he represented a reputable Singaporean management corporation in a civil action case which also resulted in a court ruling in favor of his client.

– Thailand-lawyer/ Litigation (International Transaction Case)
His firm represented a client form the United States in a dispute relating to payments under securitization portfolios in Thailand. The case was against the reputable insurer of promissory notes in New York, the Supreme Court gave an order in favor of his client, ruling that the court procedures had to be litigated in the Intellectual Property Court and not the Civil Court since the case combined several international transactions and not a domestic one as claimed by the opponent.

– Thailand-lawyer/ Litigation (Telecommunication Case)
The firm represented several clients relating to disputes under Thai telecommunication laws. The disputes were whether the target businesses were illegally competing with a Thai telecommunication state enterprise.

– Thailand-lawyer/ Litigation (Creditor Sharing Case)
The firm represented FMO, the Netherlands Development Finance Company, that lent funds to a borrower in Thailand. The creditors agreed on the sharing of liquidated assets under auction procedures in Thailand and we assisted the client in the court procedures and in preparation of related agreements.

– Thailand-lawyer/ Litigation (Purchase and Sale Case)
The firm represented a client from the United States in civil court litigation enforcing a purchase and sale agreement of an entertainment complex.

– Thailand-lawyer/ Litigation (Bankruptcy Case)
The firm represented a New York corporation client in a bankruptcy case in Thailand, demanding for payment from the pooled assets of a bankrupted debtor. There were also related lawsuits concurrently took place in the United States and the firm worked closely with the other two well known law firms in New York and California respectively.

-Thailand-lawyer/ Litigation (Insurance Case)
The firm represented a well known Japanese insurance company with branch office in Thailand in several maritime transportation disputes and resulted in favorable outcomes for the client, all the way up to final decision of the Supreme Court.

Company Registration

Company Registration

James &Partners Law Offices provides wide ranges of corporate services for Thai and foreign clients such as Limited Company Registration,  company’s name reservation include select business entities, Memorandum  Registration, Joining as a Company Promoter, one day registration, company promoter, company director, power of director, 25 % paid-up, Drafting  Article of association, TAX &VAT registration  for company, requiring for any business license(FBC,FBL ), dissolution, M&A. furthermore, we also assisted our  client in drafting reviewing any types of agreements,  and draft relevant legal opinion for our client.

Guideline for setting Limited Company in Thailand by James and Partners Law Offices
Steps for limited company registration under the Laws of Thailand

1. Corporate Name Reservation
The reserved name must not be repeatable or similar to name of other registered companies, which approved by the Commercial Registration Department at the Ministry of Commerce (“MOC”) before. After that, the approved corporate name must be registered within 30 days.

Note: Company name reservation must be done via Department of Business Development (“DBD”) website only the process should not spend time more than 30 minutes

2. Memorandum Registration
Under the Thai Laws, company must have at least 3 promoters to register memorandum of association
Company’s memorandum of association needs to mention these following details.
1) Name of company (reserved name) 2) Head Office’s Address 3) Objective of the company 4) Registered Capital for company 5) Name, address, age, occupation and number of promoter 6) Name, address of 2 witnesses

3. Share Reservation
After Memorandum registration, Promoter should buy the share or offer all shares to interested person to become company shareholder (under Thai Laws in limited company should have at least 3 shareholders). After all shares have been reserved, then promoter should arrange the statutory meeting within 7 days

4. Registering the establishment of a company limited
In statutory meeting there are vital parts for company should be scheduled the such as 1)Article of Association 2) Number of director and power of director (at least 1 director) 3) Registered capital 4) Total of Shares 5) Auditor 6) Types of share for company
After the statutory meeting, promoter should all turn over the business to the appointed director (director of company must paid up 25% for the total of shares).and director of company must register the resolution of the statutory meeting within 3 months otherwise the meeting will be void.

Note: In general, the memorandum and company registration will spend time no more than 9 days. However, if document are fully completed, MOA and company registration can be registered in 1 day

5. Registration Fee for Registration Company in Thailand

5.1 Memorandum registration Fee
Baht 500 for registration capital Baht 1,000,000

5.2 Company Registration Fee
Baht 5000 for registration capital Baht 1,000,000
Other fees for Company Registration

6. TAX & VAT registration
After registration, Company will have their own entity under Thai law, Company need to register Tax and Vat at Revenue Department Branch /District which the company’s head office has been located .

Corporate Tax: Businesses liable for income tax must obtain a tax I.D. card and number for the company from the Revenue Department within 60 days of incorporation or start of operations

VAT: Business operators earning more than 1,800,000 Baht per annum must register for VAT within 30 days of the date company’s sale income reach 1,800,000 Baht.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Visa & Work Permit

Visa & Work Permit

Assisting in all immigration matters for employees and employers including work permits, one-year visas and alien business licenses; preparing employment contracts; advising on issues relating to foreigners residing in and or doing business in Thailand.

Foreigners seeking a prolonged stay, or those coming to work in Thailand, should obtain non-immigrant visas for all family member prior to enter the Kingdom. There are several categories of non-Immigrant visas which include, among others, business visa category (B), dependent visa category (O), investment subject to the provision of the laws on investment promotion (BOI IB), diplomatic and consular visa category (D), performance of duties with the mass media (M), performance of skilled or expert work (EX), investment with concurrence of ministries and departments concerned or capital investment (IM), study or observation (ED) which Foreign nationals who intend to remain in Thailand to work or conduct business must comply with visa requirements in addition to obtaining a work permit by work permit which are valid for the period of the visa and have to be renewed every year and If foreigner want to come or out to Thailand. There must to apply re-entry visa too. By re-entry have 2 category is single re-entry and multiple-re-entry. In addition, foreigners residing in Thailand for more than 90 days are required to register their address with Immigration Bureau every 90 day.

 

Non-Immigrant visa are issued for the following purpose and duration:

 

• Diplomats or consular missions (duration as necessary)
• Official missions (duration as necessary)
• An investment which has received authorization from the appropriation government authorities (2 years)
• Investment or other business in connection with investment under the Investment Promotion Act (as determined by the BOI)
• The controller or crew of a conveyance entering a port or other locality in the Kingdom (30 days)
• Work as a skilled laborer or specialist (1 years)

 

In response to feedback from investor, the BOI coordinated the establishment of a One-Stop Service Center for Visas and Work Permit, Through joint cooperation with the Immigration Bureau and the Ministry of Labour.

 

One Stop Service Center at 18th fl, Chamchuri Square Building Phayathai rd, Phathumwan, Bangkok 10330, Thailand

 

Immigration Division 1 Office at Chalermprakiat Government Complex, Chaengwattana Rd, Laksi, Bangkok 10210, Thailand

 

Immigration offices throughout the country.

 

Department of employment of Ministry of Labour at Mit Maitri Rd, Din Daeng, Bangkok 10400, Thailand

 

Department of employment at any provinces of Thailand.

BOI

BOI

James & Partners Law Offices provides several legal practices in connection with investment field. We assist our client to obtain BOI’s promotion in every step including filing and revising BOI application and supporting documents, following up and dealing with BOI’s officers, advising eligible business types under BOI promotion for our clients.  We also advised on benefits and rights of clients under BOI such as collecting FBC under BOI, setting up company under BOI’s benefits and rights, filing applications for expats or workers of clients under BOI promotion and purchasing of real estate for client under BOI promotion. After obtaining BOI we assist our client to make annual report to BOI’s official.  Our office assist investors who want to invest in Thailand and other Asean countries toward the opening of AEC in 2105.

Enhancing Competitiveness and Investment Facilitation

• Offers an attractive and competitive package of tax incentives.
• Imposes no foreign equity restrictions on manufacturing activities or on some service.
• Provide assistance in the provision of visas and work permits to facilitate entry and        subsequent operation for a foreign-owned business.
• Waives restrictions on land ownership by foreign entities.

Business Support Services
• Provides comprehensive information and advice on establishing operations in Thailand.
• Arranges site visits.
• Identifies potential suppliers, subcontractors, joint-venture partners.
• Provides useful contacts with key public and private organizations.
• Coordinates between the foreign business community and other public agencies

The BOI also acts as Thailand’s marketing arm and actively promotes the country worldwide as one of the best investment locations in Asia.

The BOI is tasked with devising and implementing strategies under which promotional activities are organized around the globe throughout the year.

The BOI’s seven overseas offices (Tokyo, Osaka, Shanghai, Frankfurt, Paris, Los Angeles and New York) serve as Thailand’s front desks in liaising with potential investors. Next